ลงประกาศ โฆษณาฟรี ไม่คิดเงิน ไม่ลบ 100%
0
  • พฤศจิกายน 29, 2020, 08:12:45 AM
  • ยินดีต้อนรับ, บุคคลทั่วไป
กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิก.

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
การค้นหาขั้นสูง  

ข่าว:

SMF - Just Installed!

ผู้เขียน หัวข้อ: ชุดนอนเชิ้ตขาว เนื้อผ้าดี บราลูกไม้ ตัดเย็บดี ใส่นอนสบาย ชุดนอนไม่ได้นอน,ชุดนอนแ  (อ่าน 3 ครั้ง)

Keekayr1200gs

  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 13585
    • ดูรายละเอียด

ชุดนอนเชิ้ตขาว เนื้อผ้าดี บราลูกไม้ ตัดเย็บดี ใส่นอนสบาย ชุดนอน,ชุดนอนแบบอื่นๆ อาทิ ถุงน่อง Spandex นำเข้า ส่งไปรษณีย์ไทย
การสั่งซื้อสินค้า มี 3 ช่องทาง

2 สั่งซื้อทางหน้าเวปไซต์ โดย ติดต่อทาง email

==> กดสั่งซื้อที่ตระกร้าสินค้า พร้อมกรอกชื่อที่อยู่ และ email ในการติดต่อกลับ หรือ

==> ส่งรูปชุดที่ต้องการหรือรหัสสินค้า มาทาง email : [email protected]


 
 
แนวทางในการซัก ตาก รีด และก็เก็บรักษาเสื้อผ้าประเภทต่างๆมีวิธีการ

๑. การซักเสื้อผ้าไหม โดยมากนิยมส่งร้านซักอบรีด เพราะมีกรรมวิธีการซักที่ยุ่งยาก และจำเป็นต้องประณีตบรรจงเป็นพิเศษ แต่ถ้าเกิดจะซักเองควรซักด้วยมือ ห้ามใช้เครื่องซักผ้า เนื่องจากแรงเสียดสีของ เครื่องซักผ้าจะก่อให้เส้นใยชำรุด โดยวิธีซักเสื้อผ้าไหมด้วยมือมีขั้นตอน ดังนี้
๑) ใส่นํ้าลงใส่ในกะละมังพอเพียงท่วมผ้าที่จะซัก นำนํ้ายาซักแห้งเทใส่นํ้าในกะละมัง ใช้มือ แกว่งนํ้าจนนํ้ายาซักแห้งแตกฟอง
๒) นำผ้าไหมลงแช่ในนํ้าสักประเดี๋ยว ใช้มือกดผ้าให้แฉะและจมนํ้า ใช้มือขยี้เบาๆตรงที่สกปรก ยกตัวอย่างเช่น ปกเสื้อ ปลายแขนเสื้อ และก็ส่วนอื่นๆขยี้จนถึงรอยเปื้อนเหงื่อไคล ฝุ่น และสิ่งสกปรกออกจนหมด ห้ามใช้แปรงถูผ้าไหมเด็ดขาดและก็ผ้าไหมบางประเภทห้ามซักด้วยสารซักฟอก เพราะจะทำลายความมันของเส้นไหม ปริมาณการใช้นํ้ายาซักแห้งให้ดูตามคำแนะนำบนฉลากผลิตภัณฑ์
๓) นำผ้าไหมที่ซักสะอาดแล้วขึ้นจากนํ้า ใช้มือบีบเบาๆให้นํ้ารวมทั้งนํ้ายาซักแห้งออกจนถึงหมด
๔) นำผ้าที่เอาขึ้นจากนํ้าแล้ว ไปล้างในนํ้าสะอาด ๒ ครั้ง จากนั้นแช่ลงในอ่างนํ้าที่ผสม
นํ้ายาปรับผ้านุ่มไว้ชั่วประเดี๋ยว ปริมาณการใช้นํ้ายาปรับผ้านุ่มให้มองตามคำแนะนำบนฉลากผลิตภัณฑ์
๒. การตากผ้าไหม ทำเป็นดังต่อไปนี้
๑) ชูผ้าไหมขึ้นจากนํ้ายาปรับผ้านุ่ม แล้วบีบเบาๆไล่นํ้าออก ห้ามบิดผ้าด้วยเหตุว่าจะมีผลให้ผ้าเป็นรอยยับ ผิดรูปร่าง
๒) สลัดผ้าเบาๆแผ่ออกใส่ไม้แขวน
๓) นำเสื้อผ้าใส่ไม้ห้อย ไปแขวนกับราวตากผ้าในที่ร่ม ที่มีลมพัดผ่าน
๓. การรีดเสื้อผ้าไหม มีขั้นตอนดังนี้
๑) นำผ้าไหมที่ซักตากแห้งพอหมาดๆมาประพรมนํ้าหรือฉีดพ่นนํ้ายารีดผ้าเรียบให้ทั่ว ม้วนพับเก็บเอาไว้ในช่องที่มีไว้สำหรับแช่แข็งของตู้เย็น นานโดยประมาณ ๑-๒ ชั่วโมง เพื่อนํ้าหรือนํ้ายาที่ฉีดไว้ กระจัดกระจายขาดทุนผ้าจนกระทั่งทั่วดี ไม่ควรนำไปรีดข้างหลังพรมนํ้าโดยทันทีจะทำให้ผ้าด่างและไม่เรียบ
๒) นำผ้าไหมที่ม้วนเก็บเอาไว้ภายในตู้แช่เย็นมารีด โดยใช้ผ้าฝ้ายขนาดผ้าที่เอาไว้สำหรับเช็ดหน้าวางทับบน ผ้าไหม แล้วจึงใช้เตารีด รีดบนผ้าฝ้าย ถ้าหากไม่วางผ้าฝ้ายทับบนผ้าไหมก่อน ความร้อนจากเตารีด จะทำให้ผ้าไหมสีไม่สดชื่น เป็นรอยเหลืองแล้วก็เก่าเร็ว ยิ่งกว่านั้นถ้าเกิดไม่รีดบนผ้าฝ้ายให้รีดด้วย อุณหภูมิตํ่า หรือใช้เตารีดไอนํ้า และไม่ควรรีดผ้าไหมขณะที่ผ้าแห้ง ด้วยเหตุว่าจะก่อให้ผ้าแข็งกระด้างวาวลื่น
๔. การรักษาผ้าไหม ทำเป็นดังต่อไปนี้
๑) ภายหลังรีดผ้าไหมเป็นระเบียบแล้ว ควรจะแขวนไว้กับไม้แขวนเสื้อ และจากนั้นจึงนำไปห้อย เก็บไว้ภายในตู้สำหรับใส่เสื้อผ้า
๒) หากเป็นเสื้อผ้าไหมที่ใช้แล้ว แล้วก็ยังไม่เลอะเทอะ ควรห้อยกับไม้แขวนรวมทั้งนำไปผึ่งไว้ ในที่ร่ม ที่มีอากาศถ่ายเทดีถ้าหากเสื้อผ้าไหมเปรอะเปื้อนเล็กน้อย ควรจะทำความสะอาดเฉพาะจุดนั้นโดยทันที ใส่ไม้ห้อยนำไปผึ่งไว้จนแห้ง รีดให้เรียบก่อนนำไปเก็บ

เสื้อผ้าฝ้าย

๑. วิธีสำหรับซักเสื้อผ้าฝ้ายเสื้อผ้าฝ้ายซักได้ด้วยมือหรือเครื่องซักผ้า แต่ว่าการซักด้วยมือจะถนอมเนื้อผ้ามากกว่า นอกจากนั้นวิธีซักผ้าอย่างถูกทางจะช่วยป้องกันราขึ้นเสื้อผ้าได้ โดยมีขั้นตอนดังต่อไปนี้
๑) แช่ผ้าฝ้ายในนํ้าเกลือ หรือนํ้าส้มสายชู ๑ คืน แล้วนำขึ้นบีบนํ้าออก
๒) ใส่สารซักฟอก ๑ ช้อน ต่อนํ้า ๑ กะละมัง ใช้มือแกว่งจนเกิดฟอง นำผ้าลงซักขยี้เบาๆยกขึ้นบีบนํ้าออกเบาๆนำไปล้างนํ้าสะอาด ๒ ครั้ง
๓) แช่ผ้าฝ้ายในอ่างนํ้าที่ผสมนํ้ายาปรับผ้านุ่มไว้สักประเดี๋ยวยกขึ้นบีบนํ้าออก ถ้าหากเป็นผ้าฝ้ายสีขาวให้ซักในนํ้าสบู่หรือนํ้ายาฟอก แม้กระนั้นต้องเป็นนํ้ายาฟอกชนิดอ่อน ล้างด้วยนํ้าสะอาด จะปั่นให้แห้งด้วยเครื่องซักผ้าก็ได้
๒. การตากเสื้อผ้าฝ้าย ทำได้โดยนำเสื้อผ้าฝ้ายที่ซักเสร็จแล้ว ผึ่งและก็สะบัดให้คลี่ออก ใส่ไม้แขวนผึ่งแดดจัดได้แต่ว่าไม่ควรนานเกินความจำเป็น เพราะว่าจะก่อให้เส้นใยเสื่อมคุณภาพและผ้าสีจางถ้าเป็นผ้าสีนําไปแขวนในที่ร่ม มีลมพัดผ่าน ใช้มือดึงผ้าให้ตึง อย่าให้มีรอยยับ จะช่วยทำให้รีดง่าย
๓. การรีดผ้าฝ้าย ทำได้โดยนำผ้าที่ตากไว้เพียงพอหมาดๆนำไปรีด ไม่ต้องพรมนํ้า หรือจะใช้นํ้ายารีดผ้าเรียบก็ได้ แล้วก็รีดด้วยอุณหภูมิสูง ผ้าจึงจะเรียบ
๔. การรักษาผ้าฝ้าย ผ้าฝ้ายจะขึ้นราได้ง่ายเมื่ออยู่ในที่อับเปียกชื้น การรักษาเสื้อผ้าฝ้าย หลังจากซักแล้ว ควรจะใส่ไม้แขวนห้อยเอาไว้ในตู้ที่มีไว้สำหรับใส่เสื้อผ้า ซึ่งวางเอาไว้ในที่ที่มีอากาศถ่ายเทดี แห้งและเย็นไม่ควรห้อยเสื้อผ้าในตู้เสื้อผ้าให้แน่นมากเท่าไรนัก ควรจะห้อยหละหลวมๆทั้งยังก่อนเก็บไว้ในตู้ควรให้เสื้อผ้าแห้งให้สนิทก่อน

เสื้อผ้าลินิน


๑. วิธีสำหรับซักเสื้อผ้าลินิน ซักด้วยมือ เนื่องจากไม่ทำให้ผ้ายับ รีดง่าย รวมทั้งแนวทางซักผ้าลินินสีขาว ควรจะซักในนํ้าอุ่น ผ้าลินินสีให้ซักในนํ้าเย็น และก็ใช้สารซักฟอกที่มีส่วนผสมของโปรตีนที่ทำหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีเพื่อช่วยกำจัดคราบเปรอะเปื้อน
การซักผ้าลินินด้วยมือมีขั้นตอน ดังนี้
๑) นำผ้าลินินแช่นํ้าสักประเดี๋ยวยกขึ้นบีบเบาๆนำผ้าไปแช่ในนํ้าสารซักฟอกที่ตระเตรียมไว้แช่ไว้สักครู่เพื่อให้สารซักฟอกจัดการสิ่งสกปรก แล้วต่อจากนั้นใช้มือขยี้ให้สิ่งสกปรกออกให้หมด แล้วเอาขึ้น จากนํ้าสารซักฟอก บีบนํ้าออกเบาๆไม่ควรบิดผ้าแรงๆเพราะว่าจะก่อให้เกิดรอยยับ นอกเหนือจากนี้ยังใช้สารฟอกขาวคลอรีนได้
๒) นำผ้าไปล้างในนํ้าสะอาด ๒-๓ ครั้งกระทั่งหมดสารซักฟอก นำไปแช่ในอ่างนํ้าผสม นํ้ายาปรับผ้านุ่มสักประเดี๋ยวเอาขึ้นไล่นํ้าออก
๒. การตากเสื้อผ้าลินิน ทำเป็นโดยนำผ้าลินินที่ซักเสร็จแล้วใส่ไม้ห้อย ผึ่งแดดจัด แต่ว่าไม่นานเหลือเกิน แล้วตากลมไว้เพียงพอหมาดจึงนำไปรีด
๓. การรีดเสื้อผ้าลินิน ทำเป็นโดยนำเสื้อผ้าลินินที่ห่อไว้ หรือตากลมพอหมาดๆไปรีด โดยใช้ความร้อนสูง รวมทั้งให้รีดข้างใน เพื่อด้านนอกวาว
๔. การรักษาเสื้อผ้าลินิน ภายหลังรีดเสร็จแล้วให้ห้อยกับไม้ห้อย แล้วนำไปเก็บเอาไว้ภายในตู้เก็บเสื้อผ้า

เสื้อผ้าขนสัตว์


เสื้อผ้าขนสัตว์ รักษายาก เนื่องจากว่าเมื่อถูกความร้อนและก็เปียกชื้น ผ้าขนสัตว์จะเชื่อมติดกันเป็นแผ่น และหดตัวทุกครั้งเมื่อเปียก จะต้องส่งร้านซักรีดที่มีความชำนิชำนาญในการซักรีดจะดียิ่งกว่า
สำหรับวิธีการรักษาเสื้อผ้าขนสัตว์อย่างง่ายซึ่งสามารถทำได้ด้วยตัวเอง มีดังนี้
๑. ใช้แปรงนุ่มๆแปรงฝุ่นออกทุกคราวหลังการใช้ หากถูกนํ้าให้สลัดออก อย่าแปรงขณะผ้าเปียก
๒. แขวนเสื้อผ้าขนสัตว์ในที่อากาศโปร่ง แห้ง และเย็น หรือใส่ลงไปภายในถุงพลาสติกแล้วแขวนในตู้เก็บเสื้อผ้า
๓. ห้ามใช้เสื้อผ้าชุดเดียวติดต่อกันนานนับเป็นเวลาหลายวัน เนื่องจากเมื่อขนสัตว์มีการเสียดสีหรือเช็ดไปมานานๆจะแข็งเป็นมัน บางจำพวกขนจะหลุด

เสื้อผ้าใยสังเคราะห์


๑. แนวทางในการซักเสื้อผ้าใยสังเคราะห์ สามารถซักได้ด้วยมือแล้วก็เครื่องซักผ้า แม้กระนั้นซักมือจะถนอมเนื้อผ้ามากกว่า โดยแนวทางในการซักเสื้อผ้าใย สังเคราะห์มีวิธีการ ดังต่อไปนี้
๑) ควรจะแยกผ้าสี รวมทั้งผ้าขาวออกมาจากกัน ไม่สมควรซักรวมกัน เพื่อคุ้มครองป้องกันสีตก
๒) ซักในนํ้าปกติหรือน้ำอุ่น ด้วยสารซักฟอกหรือสารซักฟอกประเภทอ่อนอย่างเบามือ แล้วล้างด้วยน้ำที่สะอาด ๒-๓ ครั้งแล้วบีบให้น้ำแห้ง
๓) ถ้ามีความจำเป็นจำต้องฟอกขาว ควรจะใช้สารฟอกขาวอย่างอ่อน
๒. การตากเสื้อผ้าใยสังเคราะห์ ผึ่งแดดได้แต่จำเป็นต้องกลับเอาข้างในออก เพื่อเป็นการป้องกันและไม่ให้สีซีดจาง และไม่ควรจะตากนาน พอหมาดเก็บ เข้าที่ร่ม
๓. การรีดเสื้อผ้าใยสังเคราะห์ เสื้อผ้าใยสังเคราะห์เนื้อผ้าไม่ยับ ก็เลยไม่มีความจำเป็นต้องรีดแต่ถ้าเกิดจะรีด ควรจะใช้อุณหภูมิตํ่า
๔. การเก็บเสื้อผ้าใยสังเคราะห์ ควรจะห้อยด้วยไม้ห้อยแล้วเก็บไว้ภายในตู้ที่มีไว้สำหรับเก็บเสื้อผ้าเสื้อผ้าใยครึ่งสังเคราะห์

เสื้อผ้าใยกึ่งสังเคราะห์


๑. แนวทางซักเสื้อผ้าใยครึ่งหนึ่งสังเคราะห์ เสื้อผ้าใยครึ่งสังเคราะห์เมื่อถูกนํ้าจะลดความเหนียวแล้วก็คงทนถาวรไม่ทนกรด ถ้าหากเปรอะยางผลไม้หรือนํ้าผลไม้จำต้องซักทันที ควรจะซักแห้งหรือบางทีอาจซักนํ้าได้แต่ว่าผ้าจะยับมากมาย เสียเวลาซักนาน อย่าแช่นํ้าหรือทิ้งเอาไว้ในนํ้านาน และก็ควรใช้สารซักฟอกชนิดอ่อน ขณะซักไม่สมควรขยี้หรือบิดมากมาย หลังจากนั้นล้างนํ้าสะอาด ๒-๓ ครั้ง แล้วบีบนํ้าให้หมาด
๒. การตากเสื้อผ้าใยครึ่งหนึ่งสังเคราะห์ ควรจะแขวนตากในที่ร่ม
๓. การรีดเสื้อผ้าใยกึ่งสังเคราะห์ ควรรีดด้วยอุณหภูมิต่ำเพราะว่าไม่ทนไฟ ถ้าเกิดความร้อนสูงจะละลาย
๔. การเก็บเสื้อผ้าใยสังเคราะห์ ควรแขวนด้วยไม้แขวนแล้วเก็บในตู้สำหรับเก็บเสื้อผ้า เว้นเสียแต่เสื้อผ้าใยธรรมชาติ ใยสังเคราะห์ และก็ใยครึ่งสังเคราะห์แล้ว ยังมีเสื้อผ้าไหมพรม และก็เสื้อผ้าที่ตกแต่งด้วยเลื่อมรวมทั้งลูกปัด ซึ่งต้องมีกรรมวิธีการดูแลอย่างประณีต ดังต่อไปนี้

เสื้อผ้าไหมพรม


เสื้อผ้าไหมพรม เป็นผ้าที่ถักทอจากเส้นไหมพรม มีลักษณะนุ่ม ไม่ยับ ยืดหยุ่นเจริญ สวมอบอุ่น คุ้มครองปกป้องความหนาวเจริญ
๑. การซักเสื้อผ้าไหมพรมทำได้โดยซักมือหรือซักด้วยเครื่องซักผ้าได้ทั้งคู่วิธีควรใช้นํ้ายาซักแห้งซัก ขยำเบาๆเมื่อสะอาด หมดสิ่งสกปรก นำไปล้างนํ้าให้สะอาด ๒-๓ นํ้า นำไปแช่นํ้ายาปรับผ้านุ่มชั่วประเดี๋ยว ไม่ควรนำเสื้อผ้าไหมพรมต่างสีซักรวมกันสีจะตกได้เสื้อผ้าไหมพรมที่สกปรกนํ้ามัน มีวิธีสำหรับซักโดยใช้นํ้าอุ่นๆผสมนํ้าสบู่หรือผงซักผ้า ตีจนขึ้นฟอง นำเสื้อผ้าไหมพรมที่มีรอยเปื้อนแช่ลงไปประมาณ ๓๐ นาทีแล้วขยำเบาๆจนกระทั่งสิ่งสกปรก นํ้ามันหลุดออกหมด เอาไปล้างในนํ้าอุ่น ๒-๓ ครั้ง จนถึงสะอาด นำไปตาก ภายหลังซักเสื้อผ้าไหมพรม ปูเสื้อไหมพรมลงบนพื้นโต๊ะ นำผ้าขนหนูแห้งๆปูทาบกับตัวเสื้อ แล้วม้วนไปพร้อมเพียงกัน ผ้าขนหนูจะดูดซึมนํ้าในเสื้อไหมพรมให้แห้งโดยไม่ต้องบิดด้วยเหตุว่าหากบิดจะมีผลให้เส้นไหมพรมยับรวมทั้งยืด
๒. การตากเสื้อผ้าไหมพรม ทำเป็นโดยนำเสื้อผ้าไหมพรมที่ซึมซับนํ้าจนกระทั่งแห้งแล้ว วางราบบนแผ่นบอร์ดยาว ผึ่งไว้จนแห้งในที่ร่ม ไม่ควรนำเสื้อไหมพรมตากบนราวแขวนผ้า เพราะว่าผ้าไหมประพรมเป็นผ้าที่มีนํ้าหนักรวมทั้งทิ้งตัว จะทำให้ยืดย้วย เสียรูป
๓. การรักษาเสื้อผ้าไหมพรม ทำเป็นโดยพับเก็บไว้ภายในตู้ที่มีไว้ใส่เสื้อผ้า ไม่ควรแขวนเพราะว่าจะมีผลให้ยืดย้วย ผิดรูปร่าง

เสื้อผ้าที่ปักเลื่อมแล้วก็ลูกปัด


เสื้อผ้าที่ปักเลื่อมแล้วก็ลูกปัด โดยมากจะตัดเย็บโดยใช้ผ้าไหม ผ้าป่านหรือผ้าลินิน ซึ่งซักรีดได้ยาก แล้วก็ต้องระมัดระวังไม่ให้เลื่อมหรือลูกปัดหลุดอีกด้วย ก็เลยจะต้องดูแลอย่างถูกวิธีดังนี้
๑. แนวทางซักเสื้อผ้าที่ปักเลื่อมและก็ลูกปัด ทำเป็นโดยก่อนซักให้ตรวจค้นจุดเลอะเทอะก่อน ก็เลยนำไปแช่ชั่วประเดี๋ยว เอาขึ้นบีบนํ้าออกโดยไม่บิด แล้วต่อจากนั้นนำไปลงซักในกะละมังที่มีนํ้าผงซักฟอกที่ตีจนกระทั่งขึ้นฟอง ขยี้ส่วนเปรอะเปื้อนออกให้หมด ถ้าตรงจุดเปรอะเปื้อนเป็นที่ปักเลื่อมหรือลูกปัด ให้ขยี้เบาๆแล้ว เอาขึ้น นำเสื้อผ้าลงแช่ในอ่างนํ้าที่ผสมนํ้ายาซักแห้งสักประเดี๋ยว รวมทั้งขยี้ตรงที่ไม่มีลูกปัดล้างนํ้า ๑-๒ ครั้ง ยกขึ้นไล่นํ้าออก ห้ามบิด แล้วนำเสื้อผ้าลงแช่ลงในอ่างนํ้าผสมนํ้ายาปรับผ้านุ่มสักครู่ เอาขึ้นไล่นํ้าออกโดยไม่บิด
๒. การตากเสื้อผ้าปักเลื่อมแล้วก็ลูกปัด ทำได้โดยนำไปใส่ไม้ห้อย ผึ่งในที่ร่มที่มีอากาศระบายดี อย่านำไปผึ่งแดด เนื่องจากจะมีผลให้ลูกปัดบิดและแตกหักง่าย
๓. การรีดเสื้อผ้าปักเลื่อมรวมทั้งลูกปัด ทำเป็นดังต่อไปนี้
๑) ฉีดพ่นนํ้าให้ทั่วพอเพียงหมาดๆม้วนพักไว้ชั่วประเดี๋ยว นำไปฉีดนํ้ายาเพื่อผ้าเรียบ ม้วนให้นํ้ายารีดผ้าเรียบซับจนกระทั่งทั่วก็เลยนำไปรีด
๒) การรีดผ้าปักเลื่อมและลูกปัด ให้กลับหัวกลับหางในออกนอก วางลงบนโต๊ะรีด ใช้ผ้าสาลูหรือผ้าลินินขนาดเท่าผ้าที่เอาไว้สำหรับเช็ดหน้าชุบนํ้าจนทั่วพอเพียงหมาด วางทาบตรงปักเลื่อมและก็ลูกปัดรีดเบาๆจนกระทั่งเสื้อผ้าปักเลื่อมลูกปัดแห้ง หลังจากนั้นให้กลับหัวใช้ปลายเตารีดค่อยๆรีดผ้าที่อยู่ใกล้กับเลื่อมและลูกปัดเพื่อให้เรียบยิ่งขึ้น ส่วนตรงอื่นๆก็ใช้ผ้าสาลูหรือผ้าลินินชุบนํ้าพอหมาดวางทับและก็รีดจนกระทั่งทั่วหมดทั้งตัว โดยรีดตรงปกและก็ตัวเสื้อ สำหรับแขนเสื้อรีดเป็นส่วนในที่สุด
 
 
-------------------------------------------------------------------------------------------
แนวทางสำหรับในการดูแลเสื้อยืดสกรีนและก็ เสื้อโปโล


เสื้อโปโล จะได้รับผลพวงในแบบที่ต่างกันขึ้นกับคุณภาพเนื้อผ้าของเสื้อผ้าของคุณไม่ว่าจะคือเรื่องของช่วงเวลาของลายปริ๊นบนเสื้อรวมทั้งช่วงเวลาของเสื้อกับการตอบสนองต่อน้ำแล้วก็สบู่ ถ้าหากประสิทธิภาพของอุปกรณ์ยิ่งดี ระยะเวลาในการใช้ก็จะยิ่งคงทน และนานมากขึ้นจ้ะ

1. สลับด้านเสื้อของคุณก่อนจะโยนมันเข้าไปในเครื่องซักผ้าแต่ทริคนี้ไม่ได้ใช้ได้เพียงแค่กับเสื้อยืดสกรีน, เสื้อโปโล หรือยีนส์

สามารถใช้ได้กับทุกผ้าเลยจ้ะ คุณประโยชน์ของการกลับด้านเส้อผ้าของคุณก่อนนำมาซักจะคุ้มครองปกป้องให้สีจากเสื้อของคุณจางไว

2. แยกผ้าที่เหมือนๆกันออกมาซักทีละก้อนคุณคงกำลังคิดอยู่สินะว่าคุณรู้อยู่แล้วล่ะเรื่องนั้น เป็นแบบคุณคงคิดใช่ไหมว่ามนุษย์เรานี่จะต้องเป็นคนจำพวกไหนกันที่จะเอาผ้าทุกๆสีทุกๆแบบมาซักรวมกันนะ? ใช่ไหมล่ะ? รวมทั้งเราก็ต้องการจะบอกกับคุณอีกว่ามันไม่ใช่แค่เรื่องสีหรอกนะ มันเป็นเรื่องของเนื้อผ้า คุณควรจะที่จะแยกผ้าที่มีเนื้อผ้าคล้ายกันแล้วซักมันด้วยกัน ผ้าเดนิมและอื่นๆที่มีซิปกระดุมควรจะที่จะจับแยกกับผ้าอื่นๆอยางเช่น เสื้อยืด หรือ เสื้อโปโล ออกมาจากกันเลยจ้ะ เนื่องจากว่าถ้าหากผ้าที่แข็งกว่ามันเสียดสีกับผ้าที่มีเนื้อบางกว่า นุ่มกว่า มันจะสามารถกระตุ้นแล้วส่งผลให้มีการเกิดการฉีกขาดได้เลย

3. ซักผ้ากับน้ำเย็นถ้าเกิดกล่าวถึงหัวข้อการซักผ้า น้ำเย็นชอบเป็นตัวเลือกที่ดีเสมอส่วนน้ำอุ่นน่ะไม่สมควรเป็นตัวเลือกแต่ก่อนเลยล่ะ ลองทศไว้ภายในใจนะคะเพราะพวกเราจะกลับมาพูดประเด็นนี้กันอีกต่อจากนี้ นอกเสียจากว่าเสื้อยืด หรือ เสื้อโปโลของคุณไปโดนดินโดนโคลนจนกระทั่งสกปรกมามันก็ไม่สำคัญเลยที่คุณจำเป็นต้องใช้น้ำร้อนซักเสื้อผ้าของคุณ เนื่องจากน้ำเย็นก็ปฏิบัติหน้าที่ได้ดิบได้ดีพอที่จะทำความสะอาดเสื้อของคุณ ไม่ใช่แค่มันป้องกันกลั่นหมึกออกจากเสื้อของคุณนะ แต่ว่าเป็นการใช้ไฟฟ้าน้อยลงด้วยอีกต่างหาก

4. บากบั่นอย่าย้อมเสื้อไม่ใช่แค่การย้อมสี หรือการกัดสีนะ แต่ว่าการใช้ผงซักผ้าแรงๆอย่างน้ำยาปรับผ้านุ่มเองก็สามารถทำให้ความแน่น คงทนถาวรของ เสื้อหมดสภาพลง ตรงข้าม ลองเพียรพยายามเลือกใช้สบู่ที่อ่อนลงที่จะสามารถดูแลเสื้อผ้าชองคุณได้เสียดีมากยิ่งกว่าค่ะ

5. เลี่ยงการอบผ้า สำคัญสุดๆเลย! เครื่องอบผ้าก็เยี่ยมดีอ่ะด้วยเหตุว่าประหยัดเวลาของเรา แต่ว่ามันถูกดีไซน์มาให้ทำลายผ้าเราสุดๆเลยทราบไหม นึกออกไหมขาที่เราบอกคุณก่อนหน้านี้ที่ผ่านมาในเรื่องของความร้อนกับผ้า? ทฤษฎีนี้ถูกใช้ในข้อนี้เช่นเดียวกันเลยนะ ความร้อนจะก่อให้ผ้าหด แล้วก็ทำให้รอยปริ๊น หรือรอบสรีนเป็นรอยแตก เก็บเครื่องอบผ้าไว้ใช้กับผ้าสำหรับเช็ดตัว หรือผ้าที่มีไว้ปูที่นอนดีมากกว่าจ้ะ แล้วตากผ้าในแบบที่เราทำกันมาแสนจะนานมากดังเดิม รวมทั้งอย่าลืมบากบั่นหลีกเลี่ยงการปั่นแห้ง แนวความคิดคล้ายๆกันเลยค่ะ

6. ปลดปล่อยผ้าให้แห้งในที่ร่ม แขวนผ้าในที่ร่มที่แดดไม่สามารถเข้าถึงได้โดยตรงสิคะ (โดยเฉพาะอย่างยิ่งแสงสว่างที่มาจากดวงอาทิตย์) จะมีอันตรายต่อเสื้อผ้ารวมทั้งสีของเสื้อผ้าคุณแน่ๆ แม้กระนั้นคุณอาจจะสงสัยสินะ เนื่องจากว่าคุณก็สวมเสื้อยืดสกรีนหรือ เสื้อโปโล ของคุณออกไปไหนมาไหนภายนอกตลอด ซึ่งก็มองไม่เห็นจะมีอะไรแตกต่างจากปกติเลยนี่? เรื่องนั้นก็จริงค่ะ แม้กระนั้นถ้าหากว่าคุณจะออกไปภายนอก คุณก็ไม่ได้ใช้เวลาภายใต้แสงแดดต่อเนื่องกันเป็นเวลาหลายชั่วโมงอยู่ดี

7. หลบหลีกการรีดผ้า ความร้อนเป็นสิ่งต้องห้าม! แต่หากว่าคุณต้องจริงๆที่จะจำเป็นต้องรีดเสื้อยืดสกรีน หรือ เสื้อโปโล ของคุณ พวกเราก็อยากจะเสนอแนะให้คุณใช้ความร้อนในระดับที่ต่ำที่สุดของเตารีด รีดเสื้อผ้าของคุณในแบบกลับด้าน

เว็บไซต์ที่เกี่ยวข้อง : http://www.igetsee2.com/

Tags : ชุดนอนไม่นอน,ชุดนอนไม่ได้นอน,ชุดคอสเพลย์
บันทึกการเข้า